ชวนเที่ยวดานัง เดือนมิถุนายน เที่ยว 'ถูกที่' 'ถูกฤดู' ยังไงก็ 'ถูกใจ'

ไม่ต้องรอถึงไฮซีซั่น ก็เที่ยวดานังได้แบบฟินๆ ในเดือนมิถุนายน เพราะฟ้าเปิด แดดสวย ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเกินไป ออกเที่ยวสบายไม่ว่าจะเดินเล่นริมชายหาดสุดสงบ ชมสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ หรือไหว้พระเสริมสิริมงคลทริปนี้มีครบ ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างตาม Vietjet ไปดูกัน

สถานที่เที่ยวดานังในเดือนมิถุนายน

หาดหมีเคว ศูนย์รวมวิถีชีวิตของชาวดานัง

หากพูดถึงชายหาดที่สวยงามในเอเชีย หาดหมีเคว (My Khe Beach) ต้องติดโผแน่นอน ด้วยหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวกว่า 900 เมตร น้ำทะเลสีฟ้าครามใสราวกระจก และบรรยากาศเงียบสงบ ทำให้ที่นี่ได้รับรางวัล Travelers' Choice Awards Best of the Best จาก Tripadvisor การันตีว่าเป็น หนึ่งใน 10 หาดที่สวยที่สุดในเอเชีย

 

นอกจากความสวยงามแล้วที่นี่ยังเป็นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและเป็นแหล่งรวมวิถีชีวิตของชาวดานัง เพราะห่างจากใจกลางเมืองเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ในทุก ๆ วันคุณจะเห็นผู้คนออกมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เช้ามืดไปยันเย็นเช่นปั่นจักรยาน เดินเล่นริมทะเล เซิร์ฟบอร์ด นั่งสมาธิ ฯลฯ ไม่ว่าจะมองหาความสงบหรือความสนุก หาดหมีเควก็มีพร้อม รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืม

บาน่าฮิลล์ เมืองแห่งเทพนิยายบนยอดเขาสูง

ท่องโลกแห่งจินตนาการ ที่จะทำให้คุณทึ่งและตะลึงเหมือนดั่งต้องมนต์สะกดที่ บาน่าฮิลล์ (Ba Na Hills) เมืองแห่งเทพนิยายที่ถูกเนรมิตขึ้นบนยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,487 เมตร โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังเพียง 38 กิโลเมตรเท่านั้น

 

ที่นี่ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์และวิวทิวทัศน์ที่งดงาม แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่มากมาย เช่น สะพานทองคำ (Golden Bridge) ที่มีมือยักษ์ยื่นออกมายึดแผ่นสะพานไว้ หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village) ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 เพื่อเป็นที่พักตากอากาศ เจดีย์ลินตู๋ (Linh Tu Pagoda of the Holy Mountain Mother) เจดีย์ 9 ยอดสีขาวสไตล์จีนที่ตั้งอยู่สูงสุดของเมืองดานัง

 

สะพานมังกร สัญลักษณ์แห่งอิสระภาพ

สะพานมังกร (Dragon Bridge) หนึ่งในแลนด์มาร์กยอดฮิตของเมืองดานัง ที่ใครมาเยือนก็ต้องแวะเช็กอิน สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการสัญจรข้ามฟากแม่น้ำหาน (Han River) โดยตัวสะพานมีความยาว 666 เมตร กว้าง 37.5 เมตร พร้อมถนน 6 เลน ทำให้รถสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก

 

สะพานมังกรถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นมังกรกำลังโผทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า สื่อถึงอิสรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของเมืองดานัง เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 เนื่องในโอกาส ครบรอบ 38 ปีแห่งอิสรภาพของดานัง

 

นอกจากความสวยงามและความหมายที่ลึกซึ้งแล้ว สะพานมังกรยังเป็นจุดจัดกิจกรรมสำคัญของเมือง โดยทุกคืนวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 21:00 น. จะมีการแสดง มังกรพ่นไฟ สุดอลังการในช่วงเวลาดังกล่าวสะพานจะปิดไม่ให้รถสัญจร และเปิดให้เฉพาะคนเดิน ทำให้สามารถชมการแสดงและถ่ายรูปได้อย่างเต็มที่ 

โบสถ์คริสต์สีชมพูดานัง จุดรวมแห่งศรัทธา

แลนมาร์กสุดหวานแหววแต่เต็มไปด้วยศรัทธาแห่งพระผู้เป็นเจ้า โบสถ์คริสต์ดานัง (Danang Cathedral) หนึ่งในศาสนสถานที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนาคริสต์ในเวียดนาม ถูกสร้างขึ้นเป็นโบสถ์สไตล์โกธิคในปี พ.ศ. 2466 ซึ่งอยู่ในยุคที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส 

 

โดยตัวโบสถ์จะถูกออกแบบมาในสไตล์โกธิกสีชมพูทำให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากโบสถ์อื่น ภายในยังมีหอระฆังที่สูงถึง 70 เมตร ที่ถูกแกะสลักออกมาอย่างปราณีต ทำให้โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและสัมผัสบรรยากาศโรแมนติก 

 

นอกจากสวยงามแล้ว โบสถ์คริสต์สีชมพูยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา มีพิธีมิสซาจัดขึ้นเป็นประจำ เปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดานัง ใกล้แม่น้ำหาน ทำให้เดินทางสะดวก หากได้มาเยือนดานัง โบสถ์แห่งนี้คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ทั้งเพื่อดื่มด่ำความงามและเติมเต็มความสงบในจิตใจ

สะพานแห่งความรักดานัง ที่ระลึกแห่งความรักที่ไม่มีวันจาง

หนึ่งในสถานที่ที่คู่รักทั่วโลกต้องมาเยือน สะพานแห่งความรักดานัง (Love Bridge Da Nang) สะพานสุดน่ารักที่ประดับประดาไปด้วยโคมไฟรูปหัวใจตลอดทาง เมื่อประกอบกับวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำฮันที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ได้บรรยากาศที่โรแมนติกแบบสุด ๆ โดยมักจะมีคู่รักมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเป็นประจำ

แต่ไฮไลต์ที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นยิ่งขึ้นคือราวสะพานที่เต็มไปด้วย "กุญแจคู่รัก" ที่นักท่องเที่ยวและคู่รักต่างพากันนำกุญแจมาแขวนไว้เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย ความรักที่เกิดขึ้นที่สะพานแห่งนี้กลายเป็นตำนานแห่งความหวังและคำมั่นสัญญาที่ส่งต่อกันไปทุกปี 

Museum of Cham Sculpture เสน่ห์แห่งศิลปะจาม โบราณสถานมีชีวิตกลางดานัง

ย้อนเวลาสู่ยุครุ่งเรืองของอาณาจักรโบราณ "พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม" (Museum of Cham Sculpture) คลังสมบัติล้ำค่า ของศิลปะและวัฒนธรรมจามที่เคยเรืองอำนาจบนผืนแผ่นดินเวียดนามเมื่อหลายร้อยปี ก่อนจะถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา แต่แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไป มรดกแห่งนี้ยังคงตั้งตระหง่านรอให้ผู้มาเยือนได้มาค้นพบและดื่มด่ำกับความงามที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

 

ที่นี่ คุณจะสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของงานศิลป์โบราณ อาคารสีเหลืองนวลสไตล์โคโลเนียลที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมจามสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล ภายในจัดแสดง ประติมากรรมหินทรายอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งสะท้อนถึงศิลปะของอาณาจักรจามปา (Champa Kingdom) ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดูและพุทธ

 

ไฮไลต์ของที่นี่ คือรูปสลัก พระศิวะ พระพรหม พระวิษณุ และเหล่าเทพในศาสนาฮินดูที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง งานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หิน แต่เป็นบันทึกแห่งกาลเวลาที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน ศรัทธา และอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง นอกจากนี้ ยังมี ประติมากรรมอัปสรา หญิงสาวนักร่ายรำในตำนาน ที่สะท้อนถึงศิลปะแห่งความอ่อนช้อยและสง่างาม หากคุณหลงใหลในประวัติศาสตร์ Museum of Cham Sculpture คือลายแทงที่ต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต

Son Tra Mountain  ผืนป่าสวรรค์ ปอดสีเขียวแห่งดานัง

ณ ปลายขอบฟ้าของเมืองดานัง มีขุนเขาแห่งหนึ่งที่โอบกอดเมืองไว้ด้วยความสงบ “ภูเขาซนจ่า” (Son Tra Mountain) หรือที่รู้จักกันในนาม ภูเขาลิง (Monkey Mountain) ด้วยความสูงราว 696 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่เปรียบดั่งอัญมณีแห่งธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่กลางเมืองใหญ่ ผืนป่าสีเขียวขจีทอดยาวไปจนสุดสายตา แทรกตัวอยู่ระหว่างเวิ้งน้ำสีครามและเส้นขอบฟ้าที่ไร้จุดสิ้นสุด

 

เดินทางขึ้นสู่ยอดเขา คุณจะได้สัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย ลมทะเลที่พัดโชย และวิวที่งดงามเหนือคำบรรยาย หนึ่งในจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือ เจดีย์หลินอึ๋ง (Linh Ung Pagoda) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ สูงกว่า 67 เมตร ทอดพระเนตรลงมายังเมืองดานังราวกับปกปักษ์คุ้มครอง

 

แต่สิ่งที่ทำให้ภูเขาซนจ่ายิ่งพิเศษกว่านั้น คือการเป็นบ้านของค่างพันธุ์หายากอย่าง ค่างห้าสี (Red-shanked Douc Langur) ที่ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งวานร” ด้วยขนสีแดงสดสลับเทา-ดำ ดูราวกับภาพวาดที่ธรรมชาติสรรสร้าง ที่นี่จึงไม่ใช่แค่สถานที่ชมวิว แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งระบบนิเวศที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 

พระราชวังเว้ สัมผัสเสน่ห์แห่งราชวงศ์เหงียน

นั่งรถออกจากเมืองดานังกันมาสักนิดประมาณ 2 ชั่วโมง มาเที่ยวที่เมืองเว้ เพื่อไปชมสถาปัตยกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ พระราชวังเว้ (Imperial City of Hue) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยพระเจ้ายาลอง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์เหวียน ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนาม

โดยตัวพระราชวังได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง แต่นำมาผสมผสานเข้ากับศิลปะของเวียดนามทำให้เกิดเป็นราชวังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีการใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ และเป็นสถานที่พักอาศัยของกษัตริย์พร้อมครอบครัวตลอดระยะเวลากว่า 140 ปี

แม้ว่าในปัจจุบันพระราชวังเว้จะได้รับความเสียหายจากสงครามอินโดจีน แต่ก็มีการฟื้นฟูและอนุรักษ์เรื่อยมาเพื่อรักษาความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1993 สำหรับคนที่รักประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนที่นี่

ย้อนรอยสงคราม ที่ อุโมงค์หวิงห์ม็อก

สถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความกล้าหาญและการเสียสละ อุโมงค์หวิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnels) เป็นอุโมงใต้ดินที่ถูกขุดขึ้นโดยชาวบ้านในเวลากลางคืน เพื่อเป็นพื้นที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดจากทหารอเมริกาในปีค.ศ.1966 อุโมงค์นี้มีความยาวถึง 2,000 เมตร แบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยในแต่ละชั้นไม่เพียงแค่เป็นทางหลบภัย แต่ยังมีห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องพยาบาล ห้องประชุมที่มีขนาดใหญ่พอรองรับคนได้ 50-60 คน หรือแม้แต่ห้องคลอดที่มีเด็กทารกเกิดภายในอุโมงค์ถึง 17 คน

การเดินเข้าไปในอุโมงค์นี้เหมือนการย้อนเวลาไปสัมผัสชีวิตของคนในยุคสงครามเวียดนาม คุณจะได้เดินผ่านทางเดินแคบๆ ที่มืดและชันในบางช่วง ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยอุโมงแห่งนี้จะเปิดให้เที่ยวตลอดทั้งปี แต่จะมีในช่วงฤดูฝนที่การเดินจะยากลำบากมากขึ้น 

วัดเทียนมู่ กับ เปลวไฟแห่งการเสียสละ

ริมฝั่งแม่น้ำหอมที่ทอดยาวอย่างสงบเงียบ วัดเทียนมู่ (Tian Mu Pagoda) ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามราวกับเฝ้ามองกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน เจดีย์เจ็ดชั้นสูงตระหง่านเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งเมืองเว้ แต่ละชั้นสะท้อนถึงความเชื่อเรื่องชาติภพในพุทธศาสนา เสริมให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของผู้แสวงบุญและนักเดินทางจากทั่วทุกสารทิศ

ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งศรัทธา แต่ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงพลัง วัดแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพในยุค 1960 ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่โลกต้องจารึก คือการอุทิศตนของ พระกว๋างดึ๊กที่จุดไฟเผาตัวเองกลางกรุงไซง่อนเพื่อประท้วงความไม่เป็นธรรม ภาพถ่ายของท่านกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และศรัทธาอันแน่วแน่ที่ยังคงสะท้อนอยู่ในวัดแห่งนี้จนถึงทุกวันนี้

ร้อนกาย แต่ไม่ร้อนใจ เพราะเที่ยวดานังมิถุนายนกับ Vietjet ฟีลกู๊ดตลอดทริป

ดานังเดือนมิถุนายนฟ้าเปิดแล้ว…แล้วคุณละเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ กับ Vietjet ได้รึยัง เพราะเราพร้อมพาคุณบินตรงสู่เมืองดานังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมอันหลากหลาย รออะไรอยู่ เช็กโปรโมชั่นและจองตั๋วบินไปดานัง คลิกเลย

  • ติดต่อ 02-089-1909 (เวลาทำการ 8.00-22.00 จันทร์-อาทิตย์)
  • อีเมล vz.support@vietjetair.com
  • สอบถามผ่านเว็บไซต์ th.vietjetair.com
  • สอบถามผ่าน Facebook VietJetThailand 
  • สอบถามผ่าน LINE Official (@ThaiVietjet)