ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคม บอกเลยว่า ‘มาเที่ยวถูกฤดูแล้ว!’ เพราะการมาเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม เพื่อนๆ จะได้พบกับช่วงที่อากาศดีแทบที่สุด ดอกไม้สวย และมีกิจกรรมน่าสนใจเพียบให้ได้มาสัมผัส บทความนี้ Vietjet ขอมาช่วยทุกคนเตรียมตัวก่อนเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมกัน ไม่ว่าจะเป็นแนะนำ สภาพอากาศ เสื้อผ้า ดอกไม้ผลิบาน และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด มาดูกันเลยว่าเดือนนี้มีอะไรดีๆ รอทุกคนอยู่บ้าง

สภาพอากาศประเทศญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม

เดือนพฤษภาคมในญี่ปุ่นถือเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิเกือบเข้าฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างดีและเหมาะสมกับการท่องเที่ยวมากที่สุด โดยอากาศจะอุ่นขึ้นเรื่อยๆ มีแดด อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 15-30 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค ดังนี้

  • ฮอกไกโด: อุณหภูมิเฉลี่ย 9-17 องศาเซลเซียส
  • โอซาก้า: อุณหภูมิเฉลี่ย 16-24 องศาเซลเซียส
  • ฟุกุโอกะ: อุณหภูมิเฉลี่ย 18-25 องศาเซลเซียส
  • โอกินาว่า: อุณหภูมิเฉลี่ย 22-27 องศาเซลเซียส

แต่ทั้งนี้ สภาพอากาศประเทศญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมอาจมีความแปรปรวนเล็กน้อยเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูใบไม้ผลิไปสู่ช่วงหน้าฝนสั้นๆ บางพื้นที่อาจมีฝนตกบ้างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นช่วงที่อากาศดีและเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุดช่วงหนึ่งของปีเลยทีเดียว

แนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทาง

การเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมให้พร้อม บอกเลยจะทำให้การเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนๆ ราบรื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ยังมีโอกาสฝนตกแบบนี้ มาดูกันว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

 

แลกเงินเยนและเตรียมบัตรเครดิต

ถึงยุคนี้จะเป็นสังคม Cashless แต่การมีเงินเยนติดตัวเอาไว้ก็ยังสะดวกที่สุด ดังนั้นควรแลกเงินเยนให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยร้านอาหารเล็กๆ และตลาดท้องถิ่น ยังนิยมรับเงินสดกันอยู่ ส่วนที่ใช้บัตรเครดิตได้จะเป็นห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก

 

เสื้อผ้า 

เตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและเหมาะกับอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยเดือนพฤษภาคมในญี่ปุ่น ช่วงกลางวันจะค่อนข้างอบอุ่น แต่ตอนเช้าและกลางคืนอาจเย็นลงเล็กน้อย การเตรียมเสื้อผ้าเลยขอแนะนำดังนี้

  • เสื้อแขนยาวบาง - เผื่อเจอลมเย็นช่วงเช้าและกลางคืน
  • เสื้อคาร์ดิแกนหรือแจ็คเก็ตบาง - ใส่เพื่อกันหนาวเวลาขึ้นรถไฟหรือเข้าในอาคารที่เปิดแอร์เย็น
  • กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว - ช่วยกันลมและป้องกันแสงแดด หรือหากต้องการเดินทางขึ้นเขาไปชมวิว
  • รองเท้าสำหรับเดินทางไกล - การเที่ยวญี่ปุ่นต้องเดินเยอะ ควรเลือกรองเท้าที่นุ่ม ใส่สบาย และระบายอากาศได้ดี 

 

อุปกรณ์กันแดด

แม้ว่าช่วงเดือนพฤษภาคมอากาศจะไม่ร้อนจัดเหมือนหน้าร้อนเต็มตัว แต่แสงแดดในญี่ปุ่นยังคงแรงอยู่ จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม

  • ครีมกันแดด - เลือก SPF 30 ขึ้นไปและกันน้ำได้ หากต้องออกแดดเป็นเวลานาน
  • แว่นกันแดด - ป้องกันรังสี UV และช่วยให้มองเห็นได้สบายขึ้น
  • หมวก - ช่วยบังแดด ลดความร้อนจากแสงโดยตรง
  • ร่มพับได้ - ใช้กันทั้งแดดและฝน เพราะช่วงนี้มีโอกาสฝนตกเป็นระยะ

 

ยาประจำตัว

เพราะช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หากมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาให้พอตลอดทริป และหากเป็นยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ควรมีเอกสารรับรองเป็นภาษาอังกฤษติดไปด้วย ในส่วนของยาสามัญมีแนะนำให้ติดตัวไปดังนี้

  • ยาแก้ปวด - พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน
  • ยาแก้แพ้ - เผื่อเจออากาศเปลี่ยนแปลงหรือละอองเกสรดอกไม้
  • ยาแก้เมารถ เมาเรือ - หากต้องเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงหรือเรือ
  • ยาแก้ท้องเสียและยาแก้ปวดท้อง

 

พาวเวอร์แบงค์

ตลอดทริปแน่นอนว่าเพื่อนๆ ต้องได้ใช้มือถือเปิดดูแผนที่ ถ่ายรูป และค้นหาข้อมูลอยู่ตลอดแน่นอน ดังนั้นพาวเวอร์แบงค์ถือว่าจำเป็นมากเพื่อไม่ให้มือถือแบตหมดในช่วงเวลาจำเป็น โดยอาจจะพกพาวเวอร์แบงค์ขนาด 10,000-20,000mAh ทั้งนี้เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้

 

บัตร IC Card: เช่น Suica หรือ Pasmo

บัตร Suica หรือ Pasmo เป็นบัตรเติมเงินที่สามารถใช้จ่ายค่าเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วทุกครั้ง และยังสามารถใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรได้ โดยซื้อได้ตามตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในสถานีรถไฟและเคาน์เตอร์สำนักงานบริษัทรถไฟต่างๆ ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 1,000 เยน มัดจำเบื้องต้น 500 เยน 

 

บัตรโดยสาร JR PASS

JR PASS คือบัตรโดยสารรถไฟทั่วญี่ปุ่น อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในราคาสุดคุ้ม มีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ พาสสำหรับที่นั่งกรีนคาร์ และพาสสำหรับที่นั่งปกติ โดยทั้งสองประเภทมีระยะเวลาการใช้งานให้เลือก 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับเที่ยวญี่ปุ่น

  • Google Maps - ใช้สำหรับการเดินทางไปที่เที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่น
  • Google Translate - แปลภาษาเมนูอาหาร หรือพูดคุยกับชาวญี่ปุ่น
  • Japan Official Travel App - แอปฯ ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว คำแนะนำเส้นทางการเดินทาง ที่ตั้งตู้ ATM รวมทั้งจุดให้บริการ Wi-Fi ฟรี
  • แอปพลิเคชันบัตรเงินสด Mobile Suica - ชำระเงินผ่านมือถือ บนสมาร์ทโฟนที่รองรับ Apple Pay และ Google Pay 
  • Visit Japan Web - ระบบออนไลน์ลงทะเบียนเดินทางเข้าญี่ปุ่นล่วงหน้า ใช้ลดระยะเวลาในการเข้าเมืองและตรวจสอบเอกสาร

สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม

Hokkaido - สีสันแสนสวยและสายลมที่หอมหวาน

เดือนพฤษภาคม จุดเริ่มต้นของความสุขของภูมิภาค Hokkaido ในช่วงเวลานี้ทั่วทุกพื้นที่จะเต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลายของธรรมชาติ และชีวิตชีวาของผู้คนที่ออกมาออกใช้เวลากลางแจ้ง หลังช่วงฤดูหนาวผ่านพ้น ซึ่งที่เที่ยวแนะนำของฮอกไกโดเดือนพฤษภาคมทั้ง 5 แห่งที่เรารวมมาให้ เรียกได้ว่ามาครบทุกเฉดสี ไม่ว่าจะเป็น ฟ้า ชมพูม่วง ชมพูอ่อน เหลืองทอง และสีพาสเทล จะมีที่ไหนบ้างตามไปดูกัน!

บ่อน้ำสีฟ้า Shirogane Blue Pond

Shirogane Blue Pond บ่อน้ำสีฟ้าชวนให้ตระการตา เป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดในเดือนพฤษภาคมที่ควรค่ากับการมาสุดๆ เพราะในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลินี้ ผืนน้ำสีฟ้าสดได้ตื่นจากนิทราหลังหิมะละลาย ใบไม้ ต้นหญ้า ผลิใบสีเขียว ท้องฟ้าและแสงแดดที่เปิดอย่างไร้เมฆบัง ช่วงส่งให้บรรยากาศภาพความสวยงามของบ่อน้ำสีฟ้าแจ่มชัดขึ้นอย่างเต็มที่

 

 

สู่วิมานสีชมพูในสวน Higashimokoto Shibazakura Park

ดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) หรือพิงค์มอส (Pink Moss) ที่พากันบานสะพรั่งอวดโฉมทั่วทั้งสวน Higashimokoto Shibazakura Park เหมือนพรมสีชมพูที่สวยสุดถมคำชมได้ เป็นสถานที่ที่หนุ่มสาว คู่ครัก และครอบครัวทั้งชาวญี่ปุ่นเอง รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาเพื่อชมวิมานสีชมพูแห่งนี้ อีกทั้งตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม ที่นี่จะจัด เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ (Shibazakura Festival) สุดคึกคัก ซึ่งหนึ่งไฮไลท์ของงานก็คือ ซอฟต์ครีมชิบะซากุระ (Shibazakura Softcream) ของอร่อยประจำเทศกาลที่หวานละมุนกำลังดีให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

Goryokaku Park ความหวานละมุน ความอบอุ่น และซากุระสีชมพูอ่อน 

หนึ่งในจุดชมดอกซากุระที่สวยที่สุดของฮอกไกโด จะต้องมี Goryokaku Park อยู่ในลิสต์ด้วยเสมอ หลังจากที่หิมะขาวโพลนจากไป สวนกว้างแห่งนี้ก็ได้มาซึ่งสีชมพูอ่อนและกลิ่มหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของซากุระนับพันต้น จึงทำให้ที่นี่เป็นที่เดตสุดหวานฉ่ำของคู่รัก เป็นที่พักในวันสบายๆ นอกเหนือจากบรรยากาศที่อบอุ่นชวนฝันแล้ว ความโดดเด่นของสวนแห่งนี้คือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สุดล้ำค่า เพราะเป็นที่ตั้งของป้อมโกเรียวคาคุ ป้อมปราการแห่งแรกของญี่ปุ่นที่มีการออกแบบเป็นแบบยุโรป ด้วยรูปทรงดาว 5 แฉก ล้อมรอบด้วยคูน้ำ

 

TAKIKAWA ทุ่งบุปผาสีบุษราคัม

มาแล้วต้องทึ่งกับทุ่งดอกเรพซีด (Radeseed) หรือดอกคาโนลา (Canola) สีเหลืองสดสะพรั่งสุดลูกหูลูกตา สะท้อนความสวยงามจากวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเกษตรของคนในพื้นที่ ซึ่งทุ่งดอกเรพซีดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองทาคิคะวะ (Takikawa) เมืองแห่งการเกษตรของญี่ปุ่นในภูมิภาคฮอกไกโด ที่มีรายได้หลักมาจากการปลูกดอกเรพซีดเพื่อแปรรูป โดยดอกเรพซีดจะบานเต็มที่อวดสีเหลืองสะท้อนแสงแดดสุดอบอุ่นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี ถ้าใครมาเที่ยวฮอกไกโดช่วงนี้ต้องไม่พลาดช่วงเวลาแห่งทองกับความสวยงามนี้เลย

 

 

ทิวทัศน์ฉบับทิวลิป Takino Suzuran Hillside Park ในโทนพาสเทล

หนึ่งในทุ่งดอกไม้สุดขึ้นชื่อของฮอกไกโดก็คือ Takino Suzuran Hillside Park ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีโทนพาสเทลที่มีมากถึง 270,000 ต้น รวม 144 สายพันธุ์ มีครบทั้งเหลือง ชมพู ม่วงอ่อน และชมพูเข้ม ที่มองดูแล้วกลมกลืนกันอย่างลงตัวกับทิวทัศน์ภูเขาที่ล้อมรอบไว้ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของทิวลิปแล้ว ในพื้นที่ของสวนแห่งนี้ยังมีครบทั้งทุ่งหญ้า ลำธาร ป่า น้ำตก และลานกิจกรรม จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด บอกเลยว่ามาที่นี่ที่เดียวแต่เก็บครบทุกบรรยากาศของธรรมชาติแน่นอน

 

 

Osaka และเมืองใกล้เคียง - ความสุขเรียบง่ายในวันที่อากาศเป็นใจ

เมืองท่องเที่ยวที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ที่ไหนๆ ต้องยกให้ Osaka และยิ่งหากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือเดือนพฤษภาคมแล้ว ความสุข ความสนุกก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะเป็นช่วงที่พรรณไม้ต่างๆ ทยอยผลิใบ ออกดอกกันได้สักระยะแล้ว อากาศ แสงแดด และสายลม ยังเป็นใจมอบความสดใสให้กับการทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบสุดๆ ซึ่งที่เที่ยวทั้ง 4 ที่เราจะพาไปดูต่อจากนี้ ไม่ได้อยู่แค่ใน Osaka แต่ยังรวมถึงเมืองอื่นๆ ใกล้เคียงที่สวยงามและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

ฟ้านี้ ฟ้าไหน ก็สวยได้ใจที่ Nemophila Field of Maishima Seaside Park

ฤดูใบไม้ผลิใน Osaka ไม่ได้มีแค่ซากุระสีชมพู แต่ยังเป็นช่วงเวลาของสีฟ้าที่ดอก Nemophila สะพรั่งอย่างเต็มที่ในสวนริมทะเลอย่าง Nemophila Field of Maishima Seaside Park โลเคชั่นที่สีฟ้าทั้ง 3 เฉดมารวมกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นฟ้าจากดอก Nemophila ที่เป็นฟ้าอ่อนไล่ระดับ สีฟ้าครามปนขาวจากคลื่นของท้องทะเล และสีฟ้าจากท้องฟ้าที่มองดูแล้วสงบ ลุ่มลึก

Wakayama กับเส้นทางเดินป่ามรดกโลก Kumano Kodo

อากาศในเดือนพฤษภาคมที่กำลังสบายและใบไม้สวยเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินป่า ชมธรรมชาติ และแน่นอนว่ามา Wakayama (เมืองที่อยู่ติดกับ Osaka) ทั้งที จะให้ดีต้องไปที่ Kumano Kodo เส้นทางเดินป่า ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นแดนดินศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า และยังเป็นเส้นทางแสวงบุญอายุนับพันปีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในเส้นทาง Kumano Kodo ทอดยาวผ่านป่าที่มีต้นสนใหญ่ สูงเสียดฟ้า ลำธารใส น้ำตกสุดตระการตา และศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 ให้ได้เดินสายสักการะ ซหนึ่งในคุณค่าของเส้นทางเดินป่าแห่งนี้คือภาพสะท้อนที่ซ่อนความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างศรัทธา ธรรมชาติ และมนุษย์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

Wakakusayama Hill - Nara ความสุขของชีวิตที่ผลิบาน

ภูเขา Wakakusayama ภูเขาเนินโล่ง ลมพัดเย็นสบาย หญ้าเขียวที่ผลิใบใหม่ วิวแสนกว้างไกล และเหล่ากวางที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านคอยตอนรับทุกผู้มาเยือน ทำให้ที่นี่ติดอันดับโลเคชั่นยอดนิยมที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดของนารา ด้านบนของภูเขา Wakakusayama ยังเหมาะกับการไปนั่งผ่อนคลาย ปล่อยสายตาให้ไหลไปกับภาพวิวได้เรื่อยๆ หรือถ้าใครมีหนังสือเล่มโปรด เมนูข้าวกล่อง รวมทั้งหูฟังสักอัน พร้อมลิสต์เพลงที่ชอบ บอกเลยว่านั่งได้ยาวๆ จนทันเห็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกแน่นอน

 

Uji ในวันที่เหมาะกับความสงบ อบอุ่น และมัทฉะ

วันดีๆ อากาศดีๆ จะมีอะไรเหมาะไปกว่าการนั่งจิบชาพร้อมกับนั่งฟังเสียงน้ำคลอๆ ที่เมือง Uji เมืองเล็กในเกียวโต ที่เสน่ห์เกินร้อย ด้วยความสงบและเรียบง่ายในบรรยากาศ ไม่มีภาพของตึกสูงเสียดฟ้ามากวนสายตาขณะมองวิว ทำให้เมืองนี้เป็นจุดหมายของใครหลายๆ คนที่เดินทางมาจากโอซาก้า นอกเหนือจากความสวยงามคือชื่อเสียงและความงามแห่งรสชาติมัทฉะที่กลมกล่อมเลื่องชื่อ ซึ่งมัจฉะของที่นี่ได้รับรางวัลชนะเลิศในงานเทศกาลชาระดับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั่วทั้งเมือง Uji ยังมีคาเฟ่ ร้านขนม รวมทั้งร้านอาหารที่มีนานาเมนูจากมัทฉะและชสเขียวประเภทอื่นๆ ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

Fukuoka - ความสนุกที่ครบรส

ถ้าใครมีแพลนเที่ยวภูมิภาคคิวชูในช่วงเดือนพฤษภาคม บอกเลยว่าเป็นห้วงเวลาที่ Fukuoka และเมืองอื่นๆ ใกล้เคียง ด้วยอากาศที่อุ่นขึ้นมาก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันของความสนุกจากกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย ว่าแล้วก็ไปเพลิดเพลินใจกับ 4 โลเคชั่นที่ครบทั้งการชมวิว ขับรถเที่ยว พายเรือ และถ่ายรูป รับประกันว่าทั้งสวย สนุก จนเหมือนเวลาได้หยุดเดินเลยทีเดียว!

Miyajidake Shrine ความสงบ - สุข - ที่สุดของวิว Sunset

Miyajidake Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุนับ 1,700 ปี เป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุทรงคุณค่าหลายชิ้น หนึ่งในนั้นคือเชือกศักดิ์สิทธิ์ที่ถักทอจากต้นข้าวอย่างเชือกชิเมนาวะ (Shimenawa) ที่นับได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นสิ่งตั้งต้นให้ใครต่อใครดั้นด้นมาที่นี่ คือ Path of light หรือจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในฟุกุโอกะ แสงสีทองสาดส่องทอดผ่านเส้นถนน เรืองรองต่อเนื่องเป็นสายผ่านช่องเสาโทริอิของศาลเจ้าได้อย่างพอดิบพอดี เป็นภาพความสวยงามสุดปรารถนาของผู้ที่ตั้งใจมาเยือน

OTW to Aso Daikanbo เมื่อจุดหมายไม่ได้สำคัญมากไปกว่าเรื่องราวระหว่างทาง

หลายต่อหลายครั้ง เราอาจได้ยินคำพูดที่ว่า เรื่องราวระหว่างทางก็สวยงามไม่แพ้จุดหมาย และคำพูดนี้เห็นจะจริงเมื่อได้เดินทางมาที่ Aso Daikanbo ภูเขาไฟสุดอันซีนที่ตั้งอยู่ในเมือง Kumamoto ซึ่งภาพความประทับใจร้อยทั้งร้อย เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ขณะเดินทาง โดยตลอดเส้นทางจะต้องผ่านแนวเขาลูกใหญ่ เนินเขาไซส์เล็ก ไปจนถึงทุ่งหญ้าที่ดูนุ่มหนา พร้อมกับท้องฟ้าและแสงแดดที่ทำงานเข้าคู่กันได้เป็นอย่างดีในฤดูใบไม้ผลิ ในพื้นที่ของภูเขาไฟ Aso Daikanbo มีแนวทางเดินเท้าที่เหมาะกับการเดินสบายๆ ค่อยๆ เสพบรรยากาศ รับลม ชมวิวได้อย่างลืมเหนื่อย หรือถ้าใครอยากได้ภาพสวยเติมความสดใสยังสามารถใช้บริการขี่ม้าชมวิวภูเขาไฟได้อีกด้วย

 

Takachiho gorge พายเรือกลางหุบเขาลึกลับ ชมขุมทรัพย์ที่ธรรมชาติสร้าง

หุบเขาที่แยกตัวออกจากกันดั่งถูกผ่ากลาง เกิดเป็นสายลำธารสีฟ้าแกมเขียวพร้อมม่านน้ำตก ปกคลุมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ มีเหล่านกเป็ดน้ำช่วยเติมชีวิตชีวา ทั้งหมดนี้คือขุมทรัพย์จากธรรมชาติที่สามารถพบเจอได้ใน Takachiho gorge สถานที่ท่องเที่ยวสวยเหมือนสวรรค์ ในพื้นที่ของหุบเขาแห่งนี้มีกิจกรรมให้ทำอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิว ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และไฮไลท์สุดฮิตที่พลาดไม่ได้ นั่นก็คือ การพายเรือ ชมแนวหิน ลอยลำไปเอื่อยๆ ท่ามกลางฝูงนกเป็ดน้ำ นับว่าเป็นอีกหนึ่งความสุขที่พบได้เมื่อมาฟุกุโอกะ

 

Kawachi Fuji Garden เก็บภาพความประทับใจ ท่ามกลางสวรรค์สีม่วง

ฟุกุโอกะในเดือนพฤษภาคม ซากุระที่ทิ้วขั้วจากไป จะถูกแทนที่ด้วยพวงช่อสีม่วงไสว พร้อมด้วยกลิ่นหวนชวนหอมของดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือดอกฟูจิ ที่บานสะพรั่งเป็นแนวอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า 110 เมตรในสวน Kawachi Fuji Garden ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 34 สถานที่ที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น (จาก CNN ของอเมริกา) อุโมงค์โทนสีม่วงที่ว่าสวยแล้ว แต่เมื่อเดินจนไปถึงปลายอุโมงค์ จะพบกับต้นวิสทีเรียที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปีที่ยังคงตั้งลำต้นอย่างมั่นคง ทำหน้าที่มอบความสุขให้ผู้มาเยือนผ่านการผลิดอกที่ห้อยระย้าไปทั่วบริเวณ 

Okinawa - วันธรรมดาของวิถีชีวิตแห่งท้องทะเล

ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ กำลังดื่มด่ำกับฤดูใบไม้ผลิ แต่ Okinawa ในเดือนพฤษภาคมกลับสดใสและสดชื่นยิ่งกว่า เพราะเป็นช่วงเวลาที่หน้าร้อนเริ่มเข้ามาทักทาย และแน่นอนว่าถ้าใครได้มาเกาะใหญ่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นแห่งนี้ในช่วงซัมเมอร์ จะได้พบกับท้องทะเลที่ใสราวกับกระจก ฟ้าสีครามไร้ที่ติ รวมทั้งสีสันของทั้งผู้คนและพืชพรรณที่มีชีวิตชีวากันอย่างถึงที่สุด ซึ่งใน 4 โลเคชั่นที่เรากำลังจะแนะนำกันต่อ เป็นทั้งสถานที่ กิจกรรม รวมทั้งอาหารที่ใช่ในหน้าร้อนของ Okinawa แบบสุดๆ

Makishi Public Market ฝากท้องไว้กับสารพัดเมนูอาหารทะเลและสับปะรด

มาเยือนเกาะสวรรค์แดนใต้ของญี่ปุ่นทั้งที จะให้ดีต้องมาลิ้มลองของทะเลสดกันที่ Makishi Public Market แหล่งรวมของอร่อยที่มีให้เลือกอยู่ครบทุกเมนูอาหารทะเล  ของสดไม่ว่าจะเป็นหอย ปู ปลา วางเรียงรายให้ได้เลือกที่ถูกใจในชั้น 1 จากนั้นนำสิ่งที่เลือกขึ้นไปยังชั้น 2 เพื่อให้ร้านอาหารปรุงเป็นเมนูในใจที่อยากชิมได้เลย นอกจากปลาแล้ว ตลาดแห่งนี้ยังมีของดีแดนใต้ ชนิดที่ว่าเป็นผลไม้แรร์ไอเท็มสุดๆ นั่นก็คือสับปะรดนาโงะ ที่สุดของความสรรพรส หวานอมเปรี้ยว หอม ฉ่ำน้ำ จนได้รับสมญานามว่าเป็นสับปะรดพีช ให้ได้ไปตามล่ากันอีกด้วย

 

Cape Manzamo ดูให้ชัดว่านั่นใช่ช้างน้ำหรือไม่นะ?

ดูกี่ครั้งก็ว่าใช่ ภาพในใจที่เห็นเป็นช้าง จุดเด่นของ Cape Manzamo หน้าผาริมทะเลที่มีลักษณะคล้ายกับช้าง (ส่วนหัว) ที่มีง่วงยื่นออกไปในทะเล ด้านบนของหน้าผาเป็นลานโล่งที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว พริ้วไหวไม่หยุดนิ่งเมื่อบมพัดวิ่งผ่าน ในช่วงเย็นของทุกวันจะมีคนจากหลากหลายที่มาปักหลักรอดูวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากันอยู่เสมอๆ ด้วยความสวยงามของทัศนียภาพทำให้ Cape Manzamo ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในโอกินาว่า

Okinawa Churaumi Aquarium พบดาราหลักเบอร์ใหญ่ของโอกินาว่า

ดาราหลักของโอกินาว่าไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ ฉลามวาฬ ที่เรียกว่าเบอร์ใหญ่ชื่อดังของจริงจาก Okinawa Churaumi Aquarium หนึ่งในอความเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นภาพจำที่ทำให้คนส่วนใหญ่อยากไปและรู้จักโอกินาว่า และยังมี กระเบนแมนตา อีกหนึ่งดาราที่พร้อมอวดโฉมให้ชมกันอย่างใกล้ชิด ฟีลบัตรจับมือเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังจะได้เพลิดเพลินไปกับสีสันของเหล่าปะการังและนานาชีวิตใต้ท้องทะเลเขตร้อนให้ได้ชมความสวยงามกันแบบยาวๆ

 

Taketomi Island นี่แหละชีวิตที่ลงตัวของชาวริวกิว

เกาะแสนสงบ สีสันของดอกไม้เขตร้อน บ้านเรือนขนาดย่อมที่แฝงแบบแผนเดียวกันซึ่งเว้นระยะห่างได้อย่างลงตัว และพื้นถนนหาดทรายขาวที่มีเพียงจักรยานและเกวียนควายเท่านั้นที่สัญจร คือชีวิตธรรมดาที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่ลุ่มลึกของวัฒนธรรมชาวริวกิวบนเกาะ Taketomi Island เกาะที่รักษาความดั้งเดิมในแถบโอกินาว่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เสมกับเป็นรัตนากร (ที่แปลว่ามหาสมุทรที่เป็นบ่อเกิดของอัญมณีล้ำค่า) ของท้องทะเลอย่างแท้จริง

สรุปการไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม

ใครวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม ก็บอกได้เลยว่าได้สนุกไม่มีเหงา เพราะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าตื่นตาอลังการ บรรยากาศดี แถวยังเจอความสวยงามที่ครบทุกสีสันของความสุข น่าไปแบบนี้ ต้องจองตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ Vietjet แล้ว! เที่ยวแบบสบายกระเป๋า เติมความสุขได้แบบเต็มร้อย! คลิกจองเลยที่นี่ หรือติดต่อผ่านช่องทางนี้ได้เลยยย

 

  • ติดต่อ 02-089-1909 (เวลาทำการ 8.00-22.00 จันทร์-อาทิตย์)
  • อีเมล vz.support@vietjetair.com
  • สอบถามผ่านเว็บไซต์ th.vietjetair.com
  • สอบถามผ่าน Facebook VietJetThailand 
  • สอบถามผ่าน LINE Official (@ThaiVietjet)