ถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นบรรยากาศดี ๆ อารมณ์เหมือนย้อนกลับไปในอดีต "หมู่บ้านชิราคาวาโกะ" คือที่ที่ต้องไปสักครั้ง หมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาใหญ่ ที่ยังคงสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้ราวกับหยุดเวลา พร้อมวิวธรรมชาติที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ทำให้ไม่ว่ามาเที่ยวฤดูไหนก็ได้ภาพที่น่าประทับใจกลับไป ซึ่งจะสวยสดงดงามแค่ไหนตาม Vietjet ไปดูกัน
เปิดพิกัด! หมู่บ้านชิราคาวาโกะ มรดกโลกที่ต้องไปเยือนสักครั้ง
หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หนึ่งในหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาในจังหวัดกิฟุ (Gifu) โดดเด่นด้วย บ้านทรงกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) ซึ่งมีหลังคาชันถึง 60 องศา ลักษณะคล้ายสองมือพนมเข้าหากัน บ้านแต่ละหลังมีอายุราว 200-300 ปี และยังได้รับการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทัศนียภาพที่งดงาม ชิราคาวาโกะจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1995 ปัจจุบันยังมี 16 หมู่บ้าน ที่คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตชาวนาแบบดั้งเดิม สะท้อนถึงเสน่ห์ของชนบทญี่ปุ่นที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
เปิดเส้นทางสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ
การเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะสามารถเริ่มต้นด้วย รถไฟด่วนพิเศษ THUNDERBIRD ของ JR West จากสถานี Osaka ไปสุดสายที่ Tsuruga จากนั้นเปลี่ยนไปนั่ง ชินคันเซ็น Hokuriku Shinkansen มุ่งหน้าสู่ Kanazawa ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยมีรถไฟออกทุก 1 ชั่วโมง เมื่อถึง Kanazawa ต้องต่อ รถบัส Nohi Bus ไปยังหมู่บ้าน Shirakawago
พาสแนะนำ: Takayama-Hokuriku Area Pass (5 Days) ซึ่งครอบคลุมค่ารถไฟและรถบัสทั้งหมด
หากใครยังไม่มีตั๋วบินไปโอซาก้า ไม่ต้องกังวล คุณสามารถจองตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้าในราคาสุดพิเศษคลิกเลย
ฤดูกาลท่องเที่ยว ในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
ถ้าใครกำลังแพลนเที่ยว หมู่บ้านชิราคาวาโกะ แต่ยังลังเลว่าจะไปช่วงไหนดี บอกเลยว่า มาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละฤดูกาลมีความสวยที่แตกต่างกัน รับรองว่าไม่ว่ามาเมื่อไหร่ก็ฟินแน่นอน
- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) หมู่บ้านชิราคาวาโกะในม่านซากุระ
ในฤดูใบไม้ผลิ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพูของดอกซากุระที่ผลิบานและโปรยปรายไปตามสายลมทั่วทั้งหมู่บ้าน รับรองว่าถ่ายมุมไหนก็ดี ได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ ๆ กับไปแน่นอน
- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) – เขียวขจี สัมผัสอากาศบริสุทธิ์
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนหมู่บ้านชิราคาวาโกะจะเปลี่ยนโฉมจากสีชมพูเป็นสีเขียวขจีแสนสดชื่น ด้วยต้นไม้และนาข้าวที่เขียวชะอุ่ม ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็อยากหยุดพักสูดอากาศบริสุทธิ์ลึก ๆ สักหนึ่งครั้ง
- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) – ใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยจนไม่อยากกลับ
เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน หมู่บ้านชิราคาวาโกะก็จะถูกเติมเต็มด้วยสีสันอบอุ่นจากใบไม้ที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีแดง สีเหลือง และสีน้ำตาล งดงามเหมือนภาพวาดจากธรรมชาติที่พระเจ้ารังสรรค์ขึ้น บอกเลยว่าโรแมนติกสุด ๆ
- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) – สัมผัสมนต์เสน่ห์ฤดูหนาว
หิมะเริ่มโปรยปราย หมู่บ้านชิราคาวาโกะก็จะถูกปกคลุมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ ทำให้ทั่วทุกมุมของหมู่บ้านกลายเป็นเหมือนภาพฝันที่หลุดออกมาจากนิทาน (ลองเดิน ๆ ดูอาจเจอเจ้าหญิงหิมะก็ได้นะ) ให้บรรยากาศญี่ปุ่นยุคโบราณสุด ๆ แถมในช่วงนี้ยังมีเทศกาลฤดูหนาวที่จะมีแสงไฟนับพันดวงประดับอยู่ทั่วหมู่บ้าน รับรองว่าตระการตาสุด ๆ
เมื่อรู้แล้วว่าอยากไปฤดูไหน เราไปดูจุดที่ควรแวะเช็กอินกันเลย
จุดเช็กอินหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่ไม่แวะถือว่าผิด
Shirakawa-go Three Houses – มุมมหาชนที่ต้องแชะ
หนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดฮิตของชิราคาวาโกะที่ห้ามพลาด! บ้านโบราณสไตล์กัสโชสึคุริ 3 หลัง ที่เรียงกันได้อย่างลงตัวทำให้ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะถ่าย จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำหมู่บ้าน
วัดเมียวเซนจิ Myozen-ji Temple ความสงบที่ซ่อนตัวกลางขุนเขา
วัดเมียวเซนจิ คือ วัดเก่าแก่ท่ามกลางขุนเขา ที่ก่อสร้างขึ้นในยุคเอโดะเมื่อ ค.ศ.1748 โดดเด่นด้วย ประตูหอระฆังที่มุงหลังคาทรง กัสโชสึคุริ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับบ้านเรือนในหมู่บ้าน ให้ความรู้สึกกลมกลืนไปกับธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิม นอกจากนี้ยังเปิดเป็นพิพิธพันธุ์ ซึ่งจัดแสดงข้าวของและเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยอดีตของหมู่บ้านอีกด้วย
จุดชมวิวหลักล้าน (ที่ต้องมาดูให้เห็นกับตา) Tenshukaku Observatory
ถ้าอยากเห็นหมู่บ้านชิราคาวาโกะในมุมกว้างแบบ พาโนรามา ต้องมาที่ "จุดชมวิวเท็นชุคาคุ" ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือหมู่บ้าน ที่นี่เป็น จุดชมวิวอันดับหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาด โดยเฉพาะในช่วง ฤดูหนาว ที่หลังคาบ้านทรงกัสโชสึคุริถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ราวกับฉากในนิทานที่มีชีวิต รับรองว่าถ่ายภาพออกมาได้สวยสุด ๆ
Shirakawa Hachiman Shrine ศูนย์รวมศรัทธาแห่งหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เป็นสถานที่สำคัญที่ชาวบ้านใช้จัด เทศกาลโดบุโรคุ (Doburoku Festival) เทศกาลเก่าแก่ที่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงและขอพรให้หมู่บ้านอุดมสมบูรณ์ ไฮไลต์ของงานคือขบวนแห่สุดคึกคักและการแจก สาเกโดบุโรคุ (Doburoku Sake) ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลอง ใครมาเยือนก็อย่าลืมแวะมาขอพรที่นี่กันด้วยละ เพื่อให้โชคดีตลอดการเดินทาง
(การแจกสาเกในพิธีโดบุโรคุ)
ขอบคุณภาพจาก vill.shirakawa.lg
เที่ยวงานฤดูหนาว ท่องไปในแสงสีนับพัน กับ Shirakawa-go Light Up
หนึ่งในห้วงเวลาที่ดีที่สุดของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ Shirakawa-go Light Up งานจัดแสดงไฟยามค่ำคืน ที่ทั้งหมู่บ้านจะประดับประดาไปด้วยแสงสี เปลี่ยนหมู่บ้านมรดกโลกให้กลายเป็น ดินแดนในฝัน ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังเพียงแค่คิดภาพตามก็ฟินแล้ว
ใครอยากมาในช่วงนี้อย่าลืมวางแผนกันให้ดี ๆ เพราะงานนี้เป็นที่จับจองของนักท่องเที่ยวทั่วทั้งโลก และเชื่อเถอะว่า หากคุณไม่จองล่วงหน้าอาจจะพลาดโอกาสนี้ไป
ขอบคุณภาพจาก: shirakawa-go.gr
Shirakawa-go no Yu แช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติแบบ ฟิน ๆ
หลังจากเดินเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวาโกะทั้งวัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการแช่ออนเซ็นผ่อนคลายที่ Shirakawa-go no Yu โรงอาบน้ำแร่ธรรมชาติที่เปิดให้บริการทั้งผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวทั่วไป จุดเด่นคือ บ่อออนเซ็นกลางแจ้ง ที่สามารถดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติสุดสงบของหมู่บ้านไปพร้อมกับการแช่น้ำอุ่น ๆ ไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็ฟิน แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวจะได้ฟีลเหมือนอยู่ในอนิเมะญี่ปุ่นเลยทีเดียว
บินไปเช็กอิน เยือนถิ่นมรดกโลก หมู่บ้านชิราคาวาโกะ กับ VietJet
แค่อ่านและจินตนาการตามก็ฟินแล้ว ถ้าได้ไปเยือนหมู่บ้านชิราคาวาโกะจริง ๆ จะฟินขนาดไหน อย่ารอช้า รีบบินไปสัมผัสมรดกโลกด้วยตัวเองได้เลย กับ Vietjet ที่พร้อมส่งคุณถึงญี่ปุ่นอย่างรวดเร็วในราคาสุดคุ้มค่า จองตั๋วบินเที่ยว โอซาก้า คลิกเลย!
- ติดต่อ 02-089-1909 (เวลาทำการ 8.00-22.00 จันทร์-อาทิตย์)
- อีเมล vz.support@vietjetair.com
- สอบถามผ่านเว็บไซต์ th.vietjetair.com
- สอบถามผ่าน Facebook VietJetThailand
- สอบถามผ่าน LINE Official (@ThaiVietjet)